@media only screen and (max-width: 600px) { #fb-root { display: none; } }
 
Search

เจ้าหน้าที่ IT ไม่พอ เงินเดือนเจ้าหน้าที่ IT สูง ลาออกบ่อย ระบบ IT มีปัญหา ทำอย่างไรดี


หากคุณเป็นผู้บริหารฝ่าย IT ไม่ว่าจะเป็น IT manager, IT director, CIO ปัญหาที่น่าปวดหัวอย่างหนึ่งก็คือลูกน้องของคุณมีการลาออก ทำให้ส่งผลกระทบกับการปฏิบัติการทางด้าน IT เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ออกไปมีความรู้ มีความเข้าใจระบบ IT ต่างๆ มีประสบการณ์ เมื่อรับคนใหม่เข้ามาก็ต้องเรียนรู้ใหม่ กว่าจะทำงานได้เท่าคนเก่าก็ใช้เวลาหลายเดือน แถมการหาคนด้าน IT สมัยนี้ก็ยาก ค่าจ้างก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดการย้ายงานกันบ่อยเพื่อไปรับค่าจ้างที่สูงกว่า แล้วเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรดี


คุณอาจจะไม่เชื่อว่าเราสามารถมีเจ้าหน้าที่ IT มาช่วยงานเรา และไม่ต้องจ่ายเงินเดือนสักบาท คำตอบก็คือเทคโนโลยีที่เรียกว่า IT Service Automation ซึ่งคือ Robotic Process Automation (RPA) ทางด้าน IT Service นั่นเอง เทคโนโลยีนี้ทำให้เรามี digital workforce แบบไม่จำกัดเพื่อตรวจสอบแก้ไขปัญหาทางด้าน IT แบบอัตโนมัติ


ปัญหาหรือ incident ที่เกิดกับบริการด้าน IT หลายอย่างสามารถถูกกำหนดให้ถูกตรวจสอบแก้ไขได้ด้วย IT Service Automation เช่นปัญหาที่มักเกิดซ้ำๆ ปัญหาที่ไม่ซับซ้อนไม่ต้องให้มนุษย์มาตัดสินใจ ซึ่งในทางปฏิบัติ งานบริการ IT ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นปัญหาในลักษณะดังกล่าว นั่นหมายความว่าหากเรามีเทคโนโลยี IT Service Automation ในหน่วยงานเรา เราก็จะสามารถแก้ปัญหา IT เหล่านี้ได้อัตโนมัติและเร็วกว่าที่คนเข้าไปตรวจสอบแก้ไขอีก แถมซื่อสัตย์ ไม่อู้งาน ไม่ลาออก ปัญหาที่คุณเคยกังวลเรื่องเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการลาออกก็จะหมดไป แถมได้ประโยชน์อย่างอื่นตามมาไม่ว่าจะเป็นการลดงานของเจ้าหน้าที่ ลดคน ลดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ลด down time แถมมีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น และ SLA ดีขึ้น


นอกจากการใช้ IT Service Automation มาแก้ไขปัญหาแบบ reactive แล้ว เรายังสามารถนำมาใช้ในการป้องกันปัญหาแบบ proactive ได้ด้วย ซึ่งจะทำให้ความพร้อมใช้งาน (availability) ของบริการด้าน IT ของเราอยู่ในระดับสูงสุด


องค์ประกอบของ IT Service Automation ประกอบด้วย workflow และ playbook โดยมี incident ไป trigger เพื่อเดิน workflow และสั่งรัน playbook ตามเงื่อนไขที่กำหนด playbook เป็นโปรแกรมที่เรากำหนดไว้เพื่อ remote ไปยังอุปกรณ์ IT และส่งคำสั่งตามที่เรากำหนดไว้ ผมขอยกตัวอย่าง use case สักหนึ่งตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพการทำงานของ IT Service Automation ดังนี้


หากระบบ monitoring ของเราตรวจสอบพบว่าพื้นที่ของ disk ใน server เราใกล้เต็ม ระบบ monitoring เช่น NetkaView Network Manager X (NNMX) หรือ NetkaView Logger (NLG) ก็สามารถที่จะเปิด ticket หรือ incident ไปยังระบบ service desk เช่น NetkaQuartz Service Desk X (NSDX) จากนั้น NSDX ซึ่งมีเทคโนโลยี IT Service Automation ก็จะทำงานตาม workflow และรัน playbook เพื่อ remote ไปยัง server และลบข้อมูลที่ไม่จำเป็นใน server ออกเพื่อเพิ่ม free space และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ที่ดูแลทราบทั้งทาง email และทาง Line ตัวอย่างนี้เป็นการแก้ไขปัญหาแบบ proactive หรือ self-prevention ทำให้บริการที่อยู่บน server นี้ไม่เกิด interruption หรือ down time เลย ส่งผลให้ผู้ใช้งานและลูกค้าไม่มีปัญหาการใช้บริการ แต่หากเราไม่มีเทคโนโลยี IT Service Automation ผลก็จะเป็นตรงกันข้าม ซึ่งจะทำให้ลูกค้าเราได้รับผลกระทบและธุรกิจเกิดความเสียหายหากเป็นบริการสำคัญ


หากท่านใดสนใจ NetkaQuartz Service Desk X, NetkaView Network Manager X และ NetkaView Logger หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ก็สามารถติดต่อมาที่ sales@netkasystem.com หรือที่ Line OA: @netkasystem

74 views0 comments